บทที่ 8 พื้นที่หวงห้าม

เธอไม่โต้ตอบ ไม่แม้แต่จะปรายตามอง หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกจากม้านั่งใต้ต้นลีลาวดีด้วยท่าทีสงบนิ่ง รู้ดีว่าการปะทะคารมมีแต่จะเข้าทางและกลายเป็นข้ออ้างให้คนใจร้ายนำมาเล่นงานเธออีก

“อุ๊ย จะไปแล้วเหรอคะคุณหนู” แววแกล้งดัดเสียงหวานไล่หลัง “นั่งต่ออีกหน่อยสิคะ พวกเรายังกวาดขยะไม่เสร็จเลย”

“ปล่อยเขาไปเหอะแวว สงสัยทนฟังความจริงไม่ได้จนหน้าชาไปแล้วมั้ง” เสียงก้อยหัวเราะคิกคักตามมาติดๆ

ปรางปวีร์เร่งฝีเท้าหนีความน่ารำคาญ เดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ข้างตัวตึกเพื่อหลบสายตาคนในบ้าน

คฤหาสน์ตระกูลใหญ่โตโอ่อ่า มีทั้งสระว่ายน้ำ เรือนกระจก และลานจอดรถหรูหรากว้างขวาง ทุกตารางนิ้วถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสมบูรณ์แบบของมหาเศรษฐี... ทว่าสำหรับเธอแล้ว ความอลังการเหล่านั้นกลับไร้ความหมาย

ไม่มีซอกมุมไหนในบ้านหลังนี้ที่จะอนุญาตให้เธอพักพิงได้อย่างปลอดภัย ห้องอาหารคือสนามอารมณ์ โถงทางเดินคือจุดจับผิด และสวนหย่อมที่ควรสงบก็ยังถูกรุกล้ำด้วยถ้อยคำเหยียดหยาม

ยิ่งพยายามหลบเลี่ยง เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจนไร้ที่ยืน หญิงสาวเดินมาทรุดแผ่นหลังพิงกำแพงอิฐเปลือยหลังเรือนกระจก ซ่อนตัวอยู่ในมุมอับสายตา เพื่อกักเก็บหยาดน้ำตาและสูดอากาศที่เหลืออยู่น้อยนิดเข้าปอดเพียงลำพัง

ความอึดอัดก่อตัวจุกอยู่ที่ลำคอ เธอเงยหน้ามองกิ่งไม้สูงที่ลู่ไปตามลม ตั้งคำถามกับตัวเองอย่างเงียบเชียบว่าต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังนี้ไปอีกนานแค่ไหน ต้องทนฟังคำด่าทอและรองรับอารมณ์คุกคามของผู้ชายคนนั้นไปอีกกี่ปี กว่าจะมีกำลังพอจะก้าวออกไปยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง

ปรางปวีร์กำมือแน่น บอกตัวเองให้อดทนเพื่อทดแทนบุญคุณ

ปลายเท้าในรองเท้าผ้าใบสีซอมซ่อก้าวออกจากมุมอับอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวกอดหนังสือเรียนและสมุดเลคเชอร์แนบอก พรูลมหายใจระบายความอึดอัดที่สะสมมาตลอดช่วงเช้า ตั้งใจจะลัดเลาะไปตามแนวแพงเพื่อกลับขึ้นห้องให้เร็วที่สุด ทว่าสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงกลับสั่นครืดขึ้นเสียก่อน

หน้าจอโชว์ชื่อ ‘คุณลุงตระการ’ เธอรีบกดรับสายและปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด “สวัสดีค่ะคุณลุง”

“หนูปราง ลุงลืมแฟ้มสัญญาผู้ถือหุ้นสีน้ำเงินไว้บนโต๊ะในห้องหนังสือ เพิ่งให้คนขับรถวนกลับไปรับ ตอนนี้น่าจะใกล้ถึงแล้ว หนูรีบขึ้นไปหยิบลงมาให้ลุงทีนะ” น้ำเสียงท่านประธานร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด

หญิงสาวชะงักฝีเท้า ความลังเลก่อตัวขึ้นทันที ห้องหนังสืออยู่ชั้นสองปีกขวา... เขตหวงห้ามตามกฎเหล็กที่ทายาทเจ้าของบ้านเพิ่งประกาศกร้าวใส่หน้าเมื่อเช้า

“เอ่อ... ให้ป้านิ่มหรือพี่แววขึ้นไปหยิบแทนดีไหมคะ” เธอพยายามหาทางออก

“ป้านิ่มพาสาวใช้ไปคุมคนงานตัดต้นไม้ที่ลานจอดรถกันหมด ลุงโทรเข้าเบอร์บ้านก็ไม่มีใครรับ” ปลายสายอธิบายรวดเร็ว

“เอกสารนี้สำคัญมาก ลุงไม่อยากให้คนอื่นไปวุ่นวาย ลุงไว้ใจให้หนูเข้าไปหยิบคนเดียว รีบหน่อยนะลูก ลุงต้องใช้ประชุมบ่ายนี้”

“เข้าใจแล้วค่ะ ปรางจะรีบไปเอาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เมื่อผู้มีพระคุณเอ่ยปากขอร้อง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น ปรางปวีร์กดวางสาย สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเร่งฝีเท้ากลับเข้าคฤหาสน์

...

บ้านเงียบกริบไร้เงาคนรับใช้อย่างที่ท่านประธานบอก เธอรีบวางหนังสือทิ้งไว้ที่โถงรับแขก ก้าวขึ้นบันไดวนมุ่งหน้าสู่ชั้นสอง ก่อนจะจำใจหันขวาไปยังพื้นที่ต้องห้าม

ทางเดินปีกขวาปูพรมทอหนาสีเทาเข้ม แตกต่างจากฝั่งซ้ายที่ใช้โทนสว่าง บรรยากาศบริเวณนี้ดูเคร่งขรึมและเย็นเยียบ โคมไฟวอร์มไวท์ส่องแสงสลัวกระทบบานประตูไม้ที่ปิดสนิท หญิงสาวก้าวอย่างระมัดระวัง พยายามลงน้ำหนักเท้าให้เบาที่สุดราวกับกลัวจะทำลายความเงียบสงบนี้

เธอผลักประตูห้องหนังสือเข้าไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นกระดาษเก่าและเครื่องหนังลอยแตะจมูก บนโต๊ะไม้สักมีแฟ้มสีน้ำเงินวางเด่นอยู่ ปรางปวีร์รีบคว้ามาแนบอก โล่งใจที่ภารกิจใกล้จบลงโดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย

หญิงสาวก้าวพ้นกรอบประตู มือข้างหนึ่งดึงบานประตูให้ปิดสนิทตามเดิม ทว่าวินาทีที่หันกลับมาเพื่อเตรียมลงไปชั้นล่าง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ยืนตระหง่านขวางทางเอาไว้

ตุลย์ล้วงกระเป๋ากางเกงสแลกยืนพิงผนังอยู่หน้าห้องนอนตัวเองซึ่งห่างไปไม่กี่ก้าว เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มพับแขนถึงศอกขับเน้นรูปร่างให้ดูคุกคาม นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งมา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง

ปรางปวีร์ชะงักค้าง สองมือบีบแฟ้มในอ้อมแขนแน่นโดยอัตโนมัติ

“ฉันเพิ่งพูดภาษาคนไปเมื่อเช้า” เสียงทุ้มต่ำดังก้องสะท้อนในความเงียบ “สงสัยสมองจะไม่รับรู้ ถึงได้กล้าเสนอหน้าเข้ามาในพื้นที่ของฉัน”

“ปรางไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดกฎค่ะ” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “คุณลุงโทรมาให้ขึ้นมาเอาแฟ้ม...”

“ข้ออ้างตื้นๆ” เขาแค่นหัวเราะ ขยับตัวออกจากผนังแล้วก้าวเข้าหาช้าๆ “พอรู้ว่าฉันอยู่ ก็เลยแกล้งมาเดินป้วนเปี้ยนทำทีว่ามาหาของสินะ”

“ปรางพูดความจริง คุณลุงให้คนขับรถวนมารับแฟ้ม ปรางต้องรีบเอาลงไปให้เขา” หญิงสาวยืนยันคำเดิม ขยับเบี่ยงไปทางซ้ายเพื่อขอทาง

แต่ตุลย์ก้าวตามมาดักหน้า แผ่นอกกว้างขวางเส้นทางไว้อย่างจงใจ ระยะประชิดทำให้ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมมินต์เย็นๆ แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาชัดเจน

“หลีกทางด้วยค่ะ” เธอมองสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป